น่าแปลกใจที่ว่า นักเรียนเศรษฐศาสตร์ในประเทศไทย หลายๆคนเริ่มต้นด้วยการเรียนแนวคิดแบบ "กระแสหลัก" แต่สุดท้าย ด้วยความวิริยะส่วนตัว ประกอบกับความช่างคิด และ (กระแส) สังคมทางด้านการเมือง ทำให้มองเหตุการณ์ต่างๆ แล้วบอกว่า เศรษฐศาสตร์ "กระแสหลัก" อธิบายปรากฎการณ์เหล่านั้นไม่ได้ แต่พอถามอาจารย์ที่สอน ("กระแสหลัก") พวกเค้าอยู่ หลายท่านบอกว่า เหตุการณ์เหล่านี้ อธิบายได้ด้วย "กระแสหลัก" ทั้งนั้น.....ทำไม?
เป็นเพราะความรู้ "กระแสหลัก" ไม่เพียงพอที่จะอธิบายปรากฎการณ์ดังกล่าว?
เป็นเพราะนักเรียนเหล่านั้นความไม่เข้าใจในเนื้อหาที่สอน ?
เป็นเพราะความไม่รู้อย่างลึกซึ้งในวิชาที่สอน เพราะหลักสูตรไม่เอื้ออำนวยให้เข้าใจอย่างลึกซึ้ง?
ผมไม่คิดว่า เหตุการณ์ในสังคมศาสตร์ใดๆ จะไม่สามารถถูกอธิบายได้ด้วยเศรษฐศาสตร์กระแสหลักเลย!!
วิธีการอธิบาย และการวิเคราะห์ของเศรษฐศาสตร์กระแสหลัก สามารถแบ่งได้ออกเป็นสองแนวทางที่สำคัญ คือ แนวคิด General Equilibrium และแนวคิด Game Theory ซึ่งสิ่งแรกเป็นแนวคิดแบบมองจาก "ห่างๆ" โดยมีพื้นฐานมาจากการวิเคราะห์ส่วนย่อยที่สุด ในบทบาทที่แตกต่างๆกัน และสิ่งหลังเป็นแนวคิดมองจาก "ในสถานการณ์" ซึ่งมีพื้นฐานจากการวิเคราะห์ส่วนที่ย่อยที่สุดก่อนเช่นกัน ซึ่งแนวคิดทั้งสอง เน้นการวิเคราะห์สภาวการณ์ "ดุลยภาพ" เช่นเดียวกัน
การวิเคราะห์สภาวะ ดุลยภาพ (รวมทั้ง การนำไปสู่ดุลยภาพ, การดำรงอยู่ ความเสถียรของดุลภาพ และความหลากหลายของภาวะดุลยภาพ) เป็นแนวคิดที่สำคัญ เนื่องจากการศึกษาด้วยแนวทางนี้ เป็นการศึกษารายละเอียดของแต่ละส่วนของ "ระบบ" และการมีปฏิสัมพันธ์ในรูปแบบต่างๆของ แต่ละส่วน ซึ่งปฏิสัมพันธืนี้จะเกิดขึ้น....ภาวะดุลยภาพ คือ ภาวะที่แต่ละส่วนของระบบอยู่ในสภาพ "นิ่ง" กล่าวคือ แต่ละส่วนของระบบจะไม่มีแนวโน้มที่จะเปลี่ยนแปลง ถ้าส่วนอื่นๆไม่เปลี่ยนแปลงเช่นเดียวกัน
แล้วการศึกษาแบบนี้ สำคัญอย่างไร?
การศึกษาแนวทางนี้ ทำให้เราเข้าใจ ความเป็นอยู่ และการกระทำของ ส่วนย่อยแต่ละส่วน รวมทั้ง "อย่างไร" ที่จะทำให้แต่ละส่วนที่มีปฏิสัมพันธ์กัน อยู่ในสภาพนิ่ง และไม่มีการเปลี่ยนแปลงอย่างยุ่งเหยิง และถ้าจะมีการเปลี่ยนแปลง ผู้วิเคราะห์จะสามารถเข้าใจได้ว่า การเปลี่ยนแปลงดังกล่าวเกิดขึ้นได้อย่างไร จากส่วนใด และจะเกิดขึ้นไปในทิศทางใด ตามแนวคิด "ดุลยภาพ" ที่ใช้ในการวิเคราะห์ดังกล่าว
นี่คือ แนวคิด และการวิเคราะห์ของเศรษฐศาสตร์ "กระแสหลัก"
จากประสบการณ์ส่วนตัว ผมมีความ "ทึ่ง" กับแนวคิด และวิธีการศึกษาแบบนี้ ซึ่งสามารถได้ถึง การรวมกันของสังคมชนบท, ความเชื่อใจกัน, การแบ่งสรรทรัพยากร ในสังคม แม้ว่าจะมีการโกหก หลอกลวงเกี่ยวกับข้อมูลของตนเอง และอื่นๆอีกมากมาย....
คงเป็นเรื่องน่าเศร้า..ถ้าผู้ต้องการศึกษา สรุปว่า "กระแสหลัก" ใช้งานไม่ได้ โดยที่ไม่ได้ศึกษาสิ่งนี้อย่างรอบด้าน และลึกซึ้งเพียงพอ
บางส่วนจาก Keynes (1936)
The General Theory of Employment, Interest and Money ได้แสดงแนวคิดอย่างแสบๆคันๆ ตามสไตล์ชาว Bloomsbury ว่า
...the ideas of economists and political philosophers, both when they are right and whey they are wrong, are more powerful than is commonly understood. Indeed the world is ruled by little else. Practical men, who believe themselves to be quite exempt from any intellectual influences, are usually the slaves of some defunct economist. Madmen in authority, who hear voices in the air, are distilling their wisdom from some academic scribbler of a few years back...soon or late, it is ideas, not vested interests, which are dangerous for good or evil.